พูดถึงอีกบทบาทนึงที่ขาดไม่ได้เอาซิลเลย นะครับในโลกภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นประเภท อะไรก็ตามนั่นก็คือฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับ ตัวละครเอกที่คอยเป็นปฏิปักษ์เป็นศัตรู เป็นตัวขัดตัวขวางเป็นคู่แข่งคู่อาฆาตคอย จองล้างจองผลาญตัวละครเอกให้ไม่สามารถทำ ภารกิจได้สำเร็จไปจนตลอดลุล่วงและดาวร้าย อีกคนที่ผมชอบแกมากก็คือลุงพิภพผู้พิญโญ นั่นเองครับ >> ชอบขนาดว่าแต่ก่อนเถ้ามีโปสเตอร์มาแปะ หนังกลางแปลงต้องไปยืนไล่ดูชื่อว่ามีชื่อ พิภพผู้พิญโญอยู่ด้วยหรือเปล่าถ้ามีคือจะ ดีใจมากเลยครับเอ่อจะได้ดูแกหัวเราะในมุก ตลกของแกดูจากประวัติแกแล้วก็ไม่ธรรมดา เลยนะครับชีวิตโชคโชนมาตั้งแต่ยังไม่จบม.
เสียด้วยซ้ำคือเมื่อพ่อแกเสียชีวิตนะครับ บ้านก็แพแตกต้องออกจากแถวตรอกฝิ่นกรง สรรพสามิตรราชวัฏกรุงเทพฯและออกตะลอน ตะลอนหางานทำทั่วร้อยเอด 7 ย่านน้ำโดยลุง แกไปเป็นจุมโพให้เรือขนส่งสินค้าครับ จุมโพก็คือพวกหุงหาอาหารล้างถ้วยล้างจาน นั่นแหละครับเรือก็พาล่องไปถึงโน่น สิงคโปร์มาเลเซียสงขลาตากไฟเกาะสมุย พอมาถึงเกาะสมุยนี่แหละครับเจอมรสมเรือ เลยแตกครับอับปางลงต้องลอยคออยู่กลางทะเล จนมีเรือประมงของชาวบ้านมาเห็นเข้าแล้วก็ เลยช่วยเหลือไว้ได้ครับจากนั้นเลยมาเป็น นักมวยตระเวนชกไปทั่วเลยครับถึงใต้สุดชาย แดนไทยแฟนหมัดมวยให้ฉายาแกว่าไอ้แรดดงจอม
ตลุยครับแต่พอชกชิงแชมป์นี่เซิแกก็ไม่เคย ได้แชมป์กับเขาสักทีครับก็เลยเลิกชกกันมา จนกระทั่งจับพลัดจับได้เข้ามาแสดง ภาพยนตร์ครับให้กับทีมสร้างภาพยนตร์เจ้า หนึ่งในยุคนั้นก็คือทีมของคุณถงสุวรรณทัต ครับเล่นเรื่อง 2 เรื่องแรกยังไม่เป็นพระ เอกนะครับมาเป็นพระเอกเรื่องขุนศึกน่าน เจ้ากับเรื่องลันตาบุรังในปี 2499 เรื่องชูชกกับกัณหาชาลีรับบทเป็นพระ เวสสันดรในปี 2500 แกเป็นพระเอกมา 4-5 เรื่องซึ่งทุกเรื่อง ถ้าพูดภาษาทุกวันนี้ก็คือแปกสนิทครับซึ่ง ก็ได้สร้างความทดท้อใจให้แกถึงขนาดถอดใจ อยู่เหมือนกันตอนนั้นหันมาเล่นเป็นตัว
ประกอบอยู่หลายปีก็ไม่มีพี่แววว่าจะมี ชื่อเสียงกับเขาได้นะครับการวัดว่าเราจะ ดังหรือไม่ดังสมัยก่อนเขาวัดกันที่ว่ามี ชื่อในโปสเตอร์หนังหรือเปล่าถ้าไม่มีคือ ไม่ดังนะครับถ้ามีคือดังสามารถอัพค่าตัว ได้เรียกว่าอัตราค่าจ้างต่อเรื่องได้ดีที เดียวจากพระเอกมาเล่นเป็นตัวประกอบตัว ประกอบแบบออกมาฉากเดียวตายเลยนะครับมี อยู่หลายเรื่องด้วยกันแต่แกก็ไม่ท้อคิด อยู่อย่างเดียวว่าจะทำยังไงน้าที่จะให้มี ชื่อเสียงกับเขาบ้างก็พอดีวันนึงได้เจอ กับเกชาเปลี่ยนวิถีดาวร้ายชื่อกระฉช่อน ขนาดนั้นพอดี >> เกฉาได้แนะนำว่าการเป็นนักแสดงอย่าหยุด
กลับที่ต้องมีคาแรคเตอร์เฉพาะมีเอกลักษณ์ เป็นของตัวเองหาจุดแตกต่างจากคนอื่นให้ ได้ดูอย่างผมสิผมสุบบุหรีไม่เป็นผมยังมี ซิก้าติดตัวตลอดเวลาเลยอ่ะเห็นมั้ยผมได้ คาแรคเตอร์นี้มาจากพระเอกหนังคนนึงที่ผม ชอบก็คือแอมฟรี่โบกจากเรื่องกาซาบังก้าทำ ให้คนดูจำเราได้พอคนดูจำเราได้เขาก็ชอบ เราแล้วทีนี้งานก็จะมาหาเราเองพอได้กิน เกชาเปลี่ยนวิถีแนะนำอย่างนั้นนะครับลุง พิภพผู้พิญโญของเราก็ปิ๊งเลยทีนี้ตอนนั้น แกอายุ 46 ปีแล้วนะครับดาราในดวงใจที่ลุง แกชอบมากๆก็คือยูบินเนอร์ครับ แกเลยตัดสินใจโกนหัวเหมือนยูบินเนอร์เลย แต่เก็บหนวดเอาไว้เหมือนเดิมผลปรากฏว่าแก
ดังเพรี้ยงพร่างเลยครับมีที่ชอบมากอยู่ เรื่องนึงนะครับก็คือเรื่องเสือภูเขาในปี 252 ของคมอัครเดชเจ้าพ่อหนังบู๊แห่งวง การภาพยนตร์ไทยเราลุงพิภพแสดงเรื่องนี้ คู่กับสมศักดิ์ชัยสงครามดาวร้ายอีกคน เรียกว่าเข้าขากันมากครับเป็นดาวร้ายคู่ ดูโอ้ที่แย่งซีนได้ตลอดทั้งเรื่องเลยที เดียวต่อมาลุนแกมักได้เล่นแนวร้ายแฝงฮาๆ มาโดยตลอดครับ เรื่องเขี้ยวเสือลิฟสิงห์ปี 2520 โผล่ออกมาหน่อยเดียวครับไม่ถึง 5 นาทีแต่ ก็เป็น 5 นาทีที่เราจำแกได้อ่าอย่าง เรื่องโหดพรการในปี 2532 แกรับบทไอ้เท่ง จนกระจอกแต่เรื่องนี้มีบทบาทเป็นตัวเดิน เรื่องเลยทีเดียวนะครับเรื่องไอ้ชาติเหลก ปี 2527 นะครับเป็นเล่นเป็นลูกน้องดาม
ดัชกรถูกดามดัชกรด่าทั้งเรื่องอีกตามเคย เรื่องแควเถื่อนปี 2522 โผล่มาแค่ฉากเดียวครับแต่เป็นฉากเดียวที่ ใส่วิกแล้วก็เรียกรอยยิ้มได้พอสมควร เรื่องภูหินล่องกล้าปี 2529 เล่นเป็นเสือ ภูผานี่ก็เป็นตัวเดินเรื่องอีกเหมือนกัน ครับเรื่องเจ้าพ่อภูเียวปี 2524 เล่นเป็น ไอ้เสียมลูกน้องเกชาเปลี่ยนวิถีและก็โดน เกชาด่าทั้งเรื่องอีกเหมือนกันครับ จะเห็นได้ว่าคนเราจะเป็นตำนานได้ย่อมไม่ ธรรมดาทั้งนอกจอและในจอต่างได้ทำหน้าที่ ของตัวเองได้อย่างเต็มศักดิ์ศรีของความ เป็นมนุษย์คนหนึ่งเลยทีเดียวโลกเราบางที คนดีก็น่ากลัวคนชั่วก็น่าคบซะงั้นครับ
พิภพผู้พิญโญเกิดเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2470 เป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิดและก็ได้จากเราไป ด้วยโรคเบาหวานเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2547 7 รวมอายุได้ 77 ปีทิ้งไว้เพียง ตำนานดาวร้ายผู้น่ารักเจ้าของวลีอมตะที่ ว่าข้าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับเธอ เฮ
