สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นเจ้าฟ้าหญิงยุคใหม่ที่พสกนิกรชาวไทยต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่พระสิริโฉมที่งดงามและการวางพระองค์ที่สง่างามในทุกอิริยาบถ แต่สิ่งที่ทำให้พระองค์ทรงเป็นที่รักและได้รับการยอมรับในระดับสากล คือพระปรีชาสามารถที่หลากหลายและไร้ขีดจำกัด ทรงเป็นต้นแบบของ “Modern Princess” หรือเจ้าหญิงแห่งโลกยุคใหม่ที่ทรงงานหนัก มีความมุ่งมั่น และพิสูจน์พระองค์เองด้วยผลงานเชิงประจักษ์ ทั้งในแวดวงกีฬา ศิลปะ แฟชั่น และการทหาร
บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกถึง 6 ด้านแห่งพระอัจฉริยภาพและความลับเบื้องหลังความสำเร็จของ “เจ้าหญิงดีไซเนอร์” และ “เจ้าหญิงนักกีฬา” ของคนไทย ที่คุณอาจยังไม่เคยทราบรายละเอียดที่ลึกซึ้งเช่นนี้มาก่อน
1. จุดเริ่มต้นและพระจริยวัตรที่เรียบง่าย
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประสูติเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2530 ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเชษฐภคินีคือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และพระอนุชาคือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
แม้จะทรงดำรงฐานันดรศักดิ์สูงส่ง แต่ในระหว่างที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจหรือประทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน พระองค์มักจะแทนพระองค์เองว่า “ท่านหญิง” หรือ “หญิง” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่ถือพระองค์และความเป็นกันเอง สิ่งนี้เป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้พสกนิกรเข้าถึงพระองค์ได้ง่าย นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ทรงสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจิตรลดา และต่อมาทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง) ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกรดเฉลี่ยสูงถึง 3.93 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความวิริยะอุตสาหะในการเรียนที่ไม่แพ้ใคร ก่อนจะทรงศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่สถาบันออกแบบชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส
2. เจ้าหญิงนักแบดมินตันเหรียญทอง
หนึ่งในพระปรีชาสามารถที่คนไทยภาคภูมิใจที่สุด คือความสามารถด้านกีฬาแบดมินตัน พระองค์ทรงเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยความมุ่งมั่นและวินัยในการฝึกซ้อมอย่างหนักเช่นเดียวกับนักกีฬามืออาชีพ พระองค์สามารถผ่านการคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยได้สำเร็จ
ไฮไลท์สำคัญในเส้นทางสายกีฬานี้คือ การเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ. 2548 ซึ่งพระองค์ทรงสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า “เหรียญทอง” ประเภททีมหญิงมาครองได้สำเร็จ นำมาซึ่งความปิติยินดีแก่คนไทยทั้งประเทศ ภาพของเจ้าฟ้าหญิงที่ทรงชุดนักกีฬาและทุ่มเทแรงกายแรงใจในสนามแข่งขัน ยังคงเป็นภาพจำที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยจำนวนมากที่รักในกีฬา
3. จ็อกกี้สาวผู้สง่างามบนหลังม้า
นอกจากแบดมินตันแล้ว กีฬาขี่ม้าเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่พระองค์ทรงสนพระทัยและมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ โดยทรงเริ่มฝึกฝนตั้งแตมีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา ตามแบบอย่างของพระเชษฐภคินี (สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา)
ความมุ่งมั่นของพระองค์พาให้ทรงก้าวไปสู่ระดับโลก พระองค์ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่สำเร็จหลักสูตรการขี่ม้าขั้นสูงจากโรงเรียน เลอ กาดร์ นัวร์ (Le Cadre Noir de Saumur) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสถาบันฝึกสอนการขี่ม้าที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การสำเร็จการศึกษาจากที่นี่ต้องอาศัยทั้งความแข็งแกร่งของร่างกาย จิตใจ และทักษะการบังคับม้าที่ละเอียดอ่อน ยิ่งไปกว่านั้น ในปี พ.ศ. 2555 พระองค์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันรายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย และทรงคว้าแชมป์ในประเภทศิลปะการบังคับม้า (Dressage) มาครองได้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศที่ไม่หยุดนิ่ง
4. ดีไซเนอร์เลือดไทยในเวทีโลก
หากกล่าวถึงวงการแฟชั่น ชื่อของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ย่อมเป็นที่รู้จักในระดับสากล พระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบนี้ ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยมาจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ผ้าไทยและศิลปวัฒนธรรมไทย
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาและการดูงานในต่างประเทศ มาผสมผสานกับวัตถุดิบอันทรงคุณค่าของไทย ออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่มีความร่วมสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นไทยไว้อย่างลงตัว ผลงานของพระองค์ได้รับเชิญไปจัดแสดงบนรันเวย์ระดับโลกอย่าง Paris Fashion Week หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการประกาศศักดาของดีไซเนอร์ไทย แต่ยังเป็นการนำผ้าไทยและภูมิปัญญาชาวบ้านไปสู่สายตาชาวโลก ช่วยสร้างรายได้และอาชีพให้กับเกษตรกรและช่างทอผ้าในท้องถิ่นอีกด้วย
5. สุนทรียศาสตร์ทางดนตรีและภาษา
ความละเอียดอ่อนในพระหฤทัยของพระองค์ยังถ่ายทอดผ่านเสียงดนตรี พระองค์ทรงสนพระทัยในดนตรีคลาสสิกและการประพันธ์เพลง ทรงเคยนิพนธ์บทเพลงเพื่อใช้ประกอบการแสดงแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ซึ่งมีถึง 4 บทเพลงที่ถูกนำมาบรรเลงโดยวงดุริยางค์ราชนาวี ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ของมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตรา (RBSO) โดยมีพระปณิธานแน่วแน่ที่จะยกระดับวงดนตรีคลาสสิกของไทยให้ก้าวสู่ระดับชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ควบคู่ไปกับความสามารถด้านภาษาต่างประเทศที่คล่องแคล่ว ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารเจรจาเมื่อต้องเสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในต่างแดน
6. บทบาททางทหารที่เข้มแข็ง
ท่ามกลางภาพลักษณ์ของความอ่อนช้อยในฐานะศิลปินและดีไซเนอร์ พระองค์ยังมีอีกบทบาทหนึ่งที่เต็มไปด้วยความเข้มแข็งและระเบียบวินัย นั่นคือบทบาทของทหารบกหญิง
พระองค์ทรงมีพระยศทางทหารที่ไต่เต้าขึ้นมาตามลำดับขั้น ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษประจำกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ และราชองครักษ์พิเศษ เส้นทางทหารของพระองค์เริ่มตั้งแต่พระยศร้อยเอกหญิง พันตรีหญิง พันโทหญิง และล่าสุดทรงได้รับพระราชทานพระยศ “พันเอกหญิง” ในตำแหน่งพระอาจารย์หัวหน้าแผนก โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า (ค่ายอดิศร) การรับราชการทหารนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจงรักภักดี ความเสียสละ และความพร้อมที่จะรับใช้ชาติและราชบัลลังก์ในทุกบทบาทหน้าที่
บทสรุป
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของบุคคลที่ใช้พรสวรรค์ควบคู่กับพรแสวง ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทของเจ้าหญิง นักกีฬา ดีไซเนอร์ ศิลปิน หรือทหาร พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระสติปัญญาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีโลก พระอัจฉริยภาพทั้ง 6 ด้านนี้จึงเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรตระหนักรู้และภาคภูมิใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ถาม: เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีทรงได้เหรียญทองซีเกมส์จากกีฬาประเภทใด ตอบ: พระองค์ทรงคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน ประเภททีมหญิง ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี พ.ศ. 2548
ถาม: แบรนด์เสื้อผ้าของพระองค์มีชื่อว่าอะไร ตอบ: แบรนด์เสื้อผ้าส่วนพระองค์มีชื่อว่า “SIRIVANNAVARI” ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ที่ได้รับการยอมรับในวงการแฟชั่นระดับโลก
ถาม: พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากที่ไหน ตอบ: ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง) จากภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถาม: บทบาททางทหารของพระองค์ในปัจจุบันคืออะไร ตอบ: ปัจจุบันพระองค์ทรงดำรงพระยศทางทหารในระดับสูง และทรงปฏิบัติหน้าที่เป็นพระอาจารย์หัวหน้าแผนก โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า
ถาม: พระองค์ทรงมีความเชี่ยวชาญด้านกีฬาขี่ม้าในระดับใด ตอบ: พระองค์ทรงมีความเชี่ยวชาญในระดับสูง ทรงจบหลักสูตรจากโรงเรียน Le Cadre Noir de Saumur ประเทศฝรั่งเศส และเคยคว้าแชมป์ประเทศไทยในประเภทศิลปะการบังคับม้า
